สองค่านี้คือตัวตัดสิน "เวลาพิมพ์" และ "ปริมาณเส้นที่ใช้" มากที่สุด — ตั้งเป็น ประหยัดได้ 30–50% ทั้งเวลาและเส้น โดยงานแข็งแรงเท่าเดิมหรือมากกว่า

พื้นที่โฆษณา

Infill: เท่าไหร่ถึงพอ

ความจริงที่มือใหม่มักไม่รู้:Infill เกิน 40–50% แทบไม่เพิ่มความแข็งแรงแล้วแต่กินเส้นและเวลาพุ่ง

ประเภทงาน

Infill แนะนำ

โมเดลตั้งโชว์

5–10%

ของใช้ทั่วไป

15–20%

ชิ้นส่วนรับแรง

30–40%

งานรับแรงหนักจริง

50% + เพิ่มผนังแทน

เคล็ดลับใหญ่: เพิ่มผนัง (Wall) คุ้มกว่าเพิ่ม Infill— งานรับแรงจริงจากผนังนอกเป็นหลัก เพิ่มผนังจาก 2 → 4 รอบ ให้ผลแข็งแรงมากกว่าเพิ่ม Infill 20 → 40% โดยใช้เส้นน้อยกว่า สูตรงานแข็งแรง:ผนัง 4 รอบ + Infill 20%ชนะผนัง 2 + Infill 50%เกือบทุกกรณี

ลาย Infill เลือกแบบไหน

  • Grid / Rectilinear: เร็ว มาตรฐาน งานทั่วไปใช้ตัวนี้พอ

  • Gyroid: แข็งแรงเฉลี่ยทุกทิศ + พิมพ์ไหลลื่น — ตัวเลือกยอดนิยมสุดตอนนี้ เหมาะชิ้นส่วนรับแรง

  • Honeycomb: แข็งแรงสูง แต่ช้ากว่า

  • Lightning: เบาสุด เร็วสุด — สร้างโครงเฉพาะที่จำเป็นต้องรองรับผิวบน เหมาะโมเดลตั้งโชว์ ประหยัดเส้นได้มหาศาล

Support: ใช้เมื่อจำเป็น แกะให้สวย

กฎ 45 องศา: ส่วนยื่นเอียงไม่เกิน ~45–50° พิมพ์ได้เองไม่ต้องค้ำ เกินกว่านั้น (และสะพานยาวเกิน ~5 ซม.) ต้องใช้ Support

Support 2 แบบหลัก:

  • Normal (แนวตั้ง): โครงตรงๆ ใต้ส่วนยื่น เหมาะพื้นที่ยื่นกว้างแบนราบ

  • Tree (กิ่งไม้): แตกกิ่งโค้งเข้าหาจุดที่ต้องค้ำ — ใช้เส้นน้อยกว่า แกะง่ายกว่า ทิ้งรอยน้อยกว่า เหมาะโมเดลรูปทรงอินทรีย์ ฟิกเกอร์แนะนำเป็นค่าเริ่มต้นสำหรับงานส่วนใหญ่

ค่าที่ทำให้แกะง่าย ผิวใต้ swaath สวย:

  • Top Z Distance: 0.2 มม. (ระยะเว้นระหว่าง support กับงาน — น้อยไปติดแน่น มากไปผิวย้อย)

  • Support Threshold Angle: 50° (ไม่สร้าง support ให้ส่วนที่พิมพ์เองได้)

  • เปิด "Support on build plate only" ถ้าไม่อยากให้ support งอกบนผิวงาน

ก่อนกด Slice ทุกครั้ง ลองหมุนโมเดลก่อน— การวางงานมุมที่ฉลาด (เช่น เอียง 45° หรือคว่ำด้านเรียบลง) มักลด support ได้มากกว่าการตั้งค่าใดๆ บางชิ้นหมุนถูกมุมแล้วไม่ต้องใช้ support เลย

สรุปสูตรสำเร็จ

  • โมเดลโชว์: ผนัง 2 / Lightning 8% / Tree support

  • ของใช้: ผนัง 3 / Gyroid 15–20% / Tree support

  • งานรับแรง: ผนัง 4–5 / Gyroid 30% / Normal support ฐานกว้าง